เครือข่าย ทสม.อยุธยา ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์นวัตกรรมเกษตรอินทรีย์ ลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต เพิ่มรายได้ชุมชน

แชร์ผ่าน facebook

เครือข่าย ทสม.อยุธยา ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์นวัตกรรมเกษตรอินทรีย์ ลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต เพิ่มรายได้ชุมชน

เครือข่าย ทสม.พระนครศรีอยุธยา จับมือกับชมรมผู้ประกอบการและการจัดการทางสังคม บูรณาการหน่วยงานขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ “ส่งเสริมนวัตกรรมเกษตรอินทรีย์ก้าวหน้า ลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต เพิ่มรายได้ชุมชน”

          เครือข่าย อาสาสมัครพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมหมู่บ้าน (ทสม.พระนครศรีอยุธยา)  16  อำเภอ จับมือ ชมรมผู้ประกอบการและการจัดการทางสังคม (ชมรมนักวิชาการ ในองค์ความรู้จาก วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต) สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จ.พระนครศรีอยุธยา และเครือข่ายอุตสาหกรรมรักษ์สิ่งแวดล้อมภาคประชาชน และ การสนับสนุน จากโรงไฟฟ้าในกลุ่มบริษัทกัลฟ์ (Gulf) และสื่อมวลชน (นสพ.ประกาศนิวส์ /สยามโพลล์ ) ร่วมมือ เผยแพร่ให้ความรู้ ด้านการจัดการนวัตกรรมกับการทำการเกษตร และการขับเคลื่อนสู่เกษตรกรที่ทำนา ปลูกพืชทุกชนิดในจังหวัด พระนครศรีอยุธยา

         โดยเนื้อหาสาระสำคัญ ได้แก่ การวิเคราะห์ปัญหาในกระบวนการผลิต วงจรหนี้สิน และรายได้ของเกษตรกร  นำเสนอ นวัตกรรมเกษตรอินทรีย์แบบก้าวหน้า ที่จะมาตอบโจทย์ “การลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต เพิ่มรายได้ชุมชน” ซึ่งเป็นนวัตกรรมจากผลงานวิจัยของคนไทย จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ผ่านการปฏิบัติการและนำมาใช้กับเกษตรกรอย่างได้ผลในทุกภาคทั่วประเทศ ถือเป็นทางเลือก ทางรอดของเกษตรกร ตามแนวทางพัฒนาเกษตรกรแบบยั่งยืน

         นวัตกรรมอินทรีย์ก้าวหน้า คือ  “สารอาหารพืช” จากผลการวิจัยที่สมบูรณ์แบบ ที่เรียกว่า “เอสแมททริกซ์”  ซึ่งไม่ใช่ปุ๋ย ไม่ใช่ฮอร์โมน แต่เป็นสารอาหารพืช  สกัดจากระบบเซลล์ต้นกำเนิดจากพืชสกัดสเต็มเซลล์ ซึ่งทำหน้าที่ปลูกสร้างซ่อมแซมเซลล์ต้นพืชให้แตกกิ่งก้านใบรากให้แข็งแรง หรือ การถูกทำลายจากโรคพืช แมลงศัตรูพืช ให้เติบโตขึ้นมาใหม่ และที่สำคัญ มีสารสกัดซึ่งเป็นสารอาหารพืชที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโต  ที่มีอนุภาคเล็กระดับโมเลกุล อนุภาค เล็กกว่าระดับนาโนเทคโนโลยีหลายขั้น เป็นสารระดับเข้มข้นสูง สามารถผสมน้ำฉีดพ่นได้ทั้งโคนต้น ราก ใบ กิ่งก้านลำต้นทุกส่วน มีสารเหนี่ยวนำการดูดซึมและไหลเวียน สารอาหารไปทั่วทุกส่วนของพืชทันที โดยสารอาหารสามารถดูดซึมพืชนำไปใช้ได้ทันที โดยไม่จำเป็นต้องผ่านกระบวนการสังเคราะห์แสง  จึงทำให้พืชทุกชนิดสามารถโตเร็ว สมบูรณ์ แข้งแรง และให้ผลผลิตมากกว่าเดิมอย่างมาก  สามารถลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต และทำให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น  ที่สำคัญอีกประการ สารนี้เป็นอินทรีย์ก้าวหน้านี้ สามารถใช้ทดแทนสารเคมีได้ร้อยเปอร์เซ็น ไม่ต้องใช้สารเคมีเลย จึงไม่มีสารเคมีตกค้าง สร้างมลภาวะต่อสิ่งแวดล้อม และไม่มีผลเคมีตกค้างเป็นพิษต่อสุขภาพ  ต่อเกษตรกรผู้ใช้ฉีดพ่น และผู้บริโภค เพราะเป็นสารสกัดจากพืช ด้วยนวัตกรรมเทโนโลยีอินทรีย์แบบก้าวหน้า  ก้าวกระโดดอัตราผลผลิตต่อไร่สูงขึ้นอย่างมากมาก

         นายสมศักดิ์ สันธินาค  ประธานเครือข่าย  ทสม. พระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า  ปัจจุบัน ความทันสมัยของวิทยาการ เทคโนโลยี การศึกษาวิจัยก้าวหน้าไปไกลมาก สิ่งที่น่ายินดีที่นักวิจัย มหาวิทยาลัยของไทยสามารถวิจัยงานที่เป็นประโยชน์ต่อเกษตรกร คุณสมบัติของสารเอสแมททริกซ์ จะเป็นทางเลือกให้เกษตรกรทุกประเภท  เพราะสามารถใช้กับพืชได้ทุกชนิด เกษตรกรจะได้เข้าถึงนวัตกรรมที่ทันสมัย ลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต เพิ่มรายได้ และจะแก้ปัญหาหนี้สินเกษตรกรได้ ที่ให้ความสำคัญมาก คือ เรื่องที่สารนี้เป็นผลิตภัณฑ์เกษตรอินทรีย์ ร้อยเปอร์เซ็นต์  ทดแทนสารเคมีได้ ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญของสิ่งแวดล้อม  ระบบนิเวศน์ และสุขภาพของเกษตรกรและผู้บริโภค  จึงเห็นด้วยในการนำมาขับเคลื่อนสู่เกษตรกร เป็นอีกทางเลือกให้กับเกษตรกร ซึ่งชาวบ้านห่างไกลไม่สามารถเข้าถึงนวัตกรรมแบบนี้ได้ เป็นโอกาสที่ดีของเกษตรกร ที่ช่องทาง ครับ  เกษตรกร ชุมชน ผู้สนใจ สามารถติดต่อสอบถาม หรือ ต้องการ เรียนรู้เกี่ยวกับนวัตกรรมนี้ ติดต่อได้ที่ เครือข่าย ทสม. โทร. 081-645-9135 หรือ 081-372-4235  บริการวิชาการ ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

ข่าวล่าสุด


- วันที่[2018-09-24 ] ประมงอยุธยา หนุนเกษตรกรสร้างงานสร้างอาชีพมีอาหารปลอดภัยแบบครบวงจร ปล่อยน้ำเข้านาปล่อยปลาเข้าทุ่ง....


- วันที่[2018-10-01 ] อุตสาหกรรมอยุธยา จัดมหกรรมแสดงนิทรรศการ อุตสาหกรรมกับธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อม....


- วันที่[2018-10-01 ] ก.พ.ร.ลงพื้นที่ตรวจรางวัลเลิศรัฐความสำเร็จในการพัฒนาระบบราชการอยุธยาโมเดล....


- วันที่[2018-07-12 ] กัลฟ์ฯ โรงไฟฟ้าอุทัย เปิดบ้านต้อนรับผู้ถือหุ้นและนักลงทุนเยี่ยมชมโรงไฟฟ้า....


- วันที่[2018-05-21 ] พ่อเมืองอยุธยา หนุนปชช.ต่อยอดสร้างงานสร้างอาชีพให้กับชุมชน คนเมืองมีถัง คนบ้านมีโอ่ง....


- วันที่[2018-03-21 ] กรมชลประทาน ลงพื้นที่ติดตามโครงการคลองระบายน้ำบางบาล – บางไทร....


- วันที่[2017-12-25 ] โรงไฟฟ้าอุทัย กลุ่มบริษัทกัลฟ์(Gulf) จับมือเครือข่าย ทสม.อยุธยา เพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการสร้างองค์ความรู้ชุมชนต้นแบบ....


- วันที่[2017-11-27 ] ชป.อยุธยา เร่งระบายน้ำออกจากทุ่งจัดเก็บน้ำทันฤดูกาลเพาะปลูก....


- วันที่[2017-10-02 ] ชาวนาสามเรือนเมืองกรุงเก่าทึ่ง สุดยอดนวัตกรรมสารอินทรีย์โมเดล....


- วันที่[2017-09-07 ] กองทุนพัฒนาบทบาทสตรีบางปะหัน หนุนผลิตภัณฑ์โอทอปกลุ่มสตรี....


ดูข่าวทั้งหมด