รองนายกรัฐมนตรีจุรินทร์ กดปุ่ม KICK OFF ประกันรายได้ชาวนา จ่ายจริง จ่ายแน่ จ่ายแล้วกว่า 9,400 ล้านบาท

แชร์ผ่าน facebook

รองนายกรัฐมนตรีจุรินทร์  กดปุ่ม KICK  OFF ประกันรายได้ชาวนา  จ่ายจริง  จ่ายแน่  จ่ายแล้วกว่า  9,400 ล้านบาท

คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 27 สิงหาคม  2562  อนุมัติในหลักการโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว  ปี 2562/63 รอบที่ 1 โดยรัฐบาชลจะประกันรายได้ให้แก่เกษตรกรผู้ปลูกข้าว 5 ชนิด ข้าวเปลือกหอมมะลิ ตันละ 15,000 บาท ไม่เกินครัวเรือนละ 14 ตัน  ข้าวเปลือกหอมมะลินอกพื้นที่ ตันละ 14,000 บาท ไม่เกินครัวเรือนละ 16 ตัน   ข้าวเปลือกเจ้าข้าว  ตันละ 10,000 บาท  ไม่เกินครัวเรือนละ 30 ตัน  ข้าวเปลือกหอมปทุมธานี ตันละ 11,000 บาท ไม่เกินครัวเรือนละ 25 ตัน และข้าวเปลือกเหนียว ตันละ 12,000 บาท ไม่เกินครัวเรือนละ 16 ตัน  เพื่อช่วยเหลือด้านรายได้ให้กับเกษตรกรผู้ปลูกข้าวกว่า  431 ล้านราย  วงเงินกว่า 20,000 ล้านบาท  เริ่มโอนรอบแรก 15 ตุลาคมนี้กว่า  349 แสนราย  เป็นเงินกว่า 9,400 ล้านบาท

           เวลา 14.00 น. วันที่ 15  ตุลาคม  2562  นายจุรินทร์  ลักษณวิศิษฏ์  รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์   เป็นประธานกดปุ่ม KICK OFF ประกันรายได้ชาวนา ในงานจ่ายเงินปะกันรายได้งวดแรกให้แก่เกษตรกรตาม “โครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปี 256263 รอบที่ 1” โดยมี นายอลงกรณ์  พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์  นายภานุ  แย้มศรี  ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นางสมทรง  พันธ์เจริญวรกุล นายก อบจ.พระนครศรีอยุธยา  นายวัชระ  กระแสร์ฉัตร์  นายอำเภอลาดบัวหลวง นายวิชา  ดาวแจ่ม นายก อบต.หลักชัย นายศรายุทธ ยิ้มยวน รองผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) นายประจิน  จันทรพานิชย์ ผู้อำนวยการ สำนักงาน ธ.ก.ส. พระนครศรีอยุธยา ผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หัวหน้าส่วนราชการ ผู้แทนกลุ่มเกษตร จากจังหวัดนนทบุรี นครปฐม สุพรรณบุรี  พระนครศรีอยุธยา   ให้การต้อนรับคับคั่ง  ณ   องค์การบริหารส่วนตำบลหลักชัย  อำเภอลาดบัวหลวง  จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

           นายจุรินทร์  ลักษณวิศิษฏ์  กล่าวว่า  เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม  2562  คณะอนุกรรมการกำกับดูแลและกำหนดเกณฑ์กลางอ้างอิงโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้างได้มีมติเห็นชอบการกำหนดราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงและการชดเชยส่วนต่างราคาตามโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปี 2562/63 รอบที่ 1 ในงวดที่ 1 ซึ่งราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงข้าวเปลือกหอมมะลิ  อยู่ที่ตันละ 16,723.09 บาท  ข้าวเปลือกหอมมะลินอกพื้นที่  อยู่ที่ตันละ 15,651.05 บาท  ข้าวเปลือกเจ้า  อยู่ที่ตันละ 7,530.36 บาท  ข้าวเปลือกหอมปทุมธานี  อยู่ที่ตันละ 10,216.55 บาท และข้าวเปลือกเหนียว  อยู่ที่ตันละ 18,926.86 บาท  ส่งผลให้รัฐบาลต้องชดเชยส่วนต่างในข้าวเปลือก 2 ชนิด  ได้แก่  ข้าวเปลือกเจ้า  ตันละ 2,469.64 บาท และข้าวเปลือกหอมปทุมธานี  ตันละ 783.45 บาท  การจ่ายเงินชดเชยงวดแรก  ธ.ก.ส. จะโอนเงินชดเชยเข้าบัญชีเกษตรกรโดยตรง  ซึ่งเกษตรกรจะสามารถเบิกถอนเงินได้ภายในวันที่ 15 ตุลาคม  2562 ซึ่งในงวดแรกมีเกษตรกรได้รับเงินชดเชยจากข้าวเปลือกเจ้าและข้าวเปลือกหอมปทุมธานี  จำนวนประมาณ 349,000 ครัวเรือน วงเงินชดเชยประมาณ 9,400 ล้านบาท

           นายศรายุทธ  ยิ้มยวน รองผู้จัดการ ธ.ก.ส. กล่าวว่า  ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม  2562  และมติคณะกรรมการ ธ.ก.ส. เมื่อวันที่ 25 กันยายน  2562 โดยนายอุตตม  สาวนายน  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและประธานคณะกรรมการ ธ.ก.ส  เห็นชอบให้  ธ.ก.ส. ดำเนินโครงกาประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปี 2526/63  เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวและป้องกันความเสี่ยงด้านราคาไม่ให้ประสบปัญหาขาดทุน  ลดภาระค่าใช้จ่ายในการแก้ไขปัญหาราคาข้าว โดยกลไกตลาดยังคงทำงานเป็นปกติ  ภายใต้กรอบวงเงินงบประมาณ 20,940 ล้านบาท  จำนวนเกษตรกรที่จะได้รับประโยชน์กว่า 4.31 ล้านราย โดยประกันรายได้แก่เกษตรกรผู้ปลูกข้าว 5 ชนิด  ได้แก่ข้าวเปลือกหอมมะลิ ตันละ 15,000 บาท  ครัวเรือนละไม่เกิน 14 ตันข้าวเปลือกหอมมะลินอกพื้นที่  ตันละ 14,000 บาท  ครัวเรือนละไม่เกิน  16 ตัน ข้าวเปลือกเจ้า  ตันละ 10,000 บาท  ครัวเรือนละไม่เกิน  30 ตัน  ข้าวเปลือกหอมปทุมธานี  ตันละ 11,000 บาท ครัวเรือนละไม่เกิน  25 ตัน และข้าวเปลือกเหนียว  ตันละ 12,00 บาท ครัวเรือนละไม่เกิน  16 ตัน  กรณีเกษตรกรปลูกข้าวมากกว่า 1 ชนิด  จะได้สิทธิไม่เกินจำนวนสูงสุดของข้าวแต่ละชนิด และเมื่อรวมกันต้องไม่เกินขั้นสูงชนิดข้าวที่กำหนดไว้สูงสุด  โดยมีการกำหนดราคาอ้างอิงและระยะเวลาที่ใช้สิทธิขอชดเชย  ตั้งแต่วันที่  15 ตุลาคม 2662 -28 กุมภาพันธ์  2563  (ยกเว้นภาคใต้ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ -31 พฤษภาคม 2563) ซึ่งคณะอนุกรรมการกำกับดูแลและกำหนดเกณฑ์กลางอ้างอิงโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว  ประกาศราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงครั้งแรกวันที่ 15 ตุลาคม 2562  เพื่อใช้ในการชดเชยส่วนต่างตามโครงการความชื้นข้าวเปลือกแต่ละชนิดไม่เกิน 15% โดยในวันนี้  ชดเชยส่วนต่างราคาประกันข้าวเปลือกเจ้า  ตันละ 2,469.64 บาท  และข้าวเปลือกหอมปทุมธานี ตันละ 78345 บาท มีเกษตรกรที่มีคุณสมบัติถูกต้องรับเงินทั้งสิ้น  349,392 ราย  เป็นเงิน 9,413 ล้านบาท  จากนั้นจะประชุมเพื่อกำหนดราคาอ้างอิงทุก ๆ 15 วัน จนถึงวันสิ้นสุดโครงการฯ

           สำหรับหลักเกณฑ์การจ่ายเงินประกันรายได้  เกษตรกรจะต้องขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกข้าวปีการผลิต  2562/63  รอบที่ 1กับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์  โดยเป็นเกษตรกรที่ปลูกข้าว ระหว่างวันที่ 1 เมษายน -31 ตุลาคม  2562 (ยกเว้นภาคใต้ระหว่างวันที่ 16  มิถุนายน -28 กุมภาพันธ์ 2563) และต้องแจ้งวันที่คาดว่าจะเก็บเกี่ยวเพื่อใช้เป็นข้อมูลช่วงเวลาที่เกษตรกรจะได้รับสิทธิชดเชย  โดยกรมส่งเสริมการเกษตรจัดส่งข้อมูลการขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกข้าว จำแนกตามช่วงเวลาที่เก็บเกี่ยวและคำนวณปริมาณผลผลิตโดยใช้พื้นที่ทั้งหมดที่ขึ้นทะเบียนปลูกข้าวแต่ละชนิดคูณผลผลิตเฉลี่ยต่อไร่เป็นปริมาณผลลิตที่ต้องชดเชย  แต่ต้องไม่เกินปริมาณที่กำหนดไว้ข้างต้น ส่งให้ ธ.ก.ส. เพื่อเป็นข้อมูลในการจ่ายเงิน จากนั้น ธ.ก.ส. จะดำเนินการจ่ายเงินเข้าบัญชีเกษตรกรโดยตรง  ภายใน 3 วันนับจากวันที่ได้รับราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงในแต่ละรอบจากคณะอนุกรรมการฯ

ข่าวล่าสุด


- วันที่[2019-12-01 ] อยุธยา อัญเชิญถ้วยพระราชทานวิ่งเพื่อมรดกโลก อยุธยามาราธอน 2019....


- วันที่[2019-10-16 ] รองนายกรัฐมนตรีจุรินทร์ กดปุ่ม KICK OFF ประกันรายได้ชาวนา จ่ายจริง จ่ายแน่ จ่ายแล้วกว่า 9,400 ล้านบาท....


- วันที่[2019-10-13 ] อยุธยา พสกนิกรทุกหมู่เหล่า น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณเนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต ร.9....


- วันที่[2019-09-19 ] พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ผู้แทนพระองค์ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายสังฆทานและเครื่องไทยธรรมถวายแด่พระสงฆ์ ณ วัดพระญาติการาม....


- วันที่[2019-08-12 ] ทน.กรุงเก่า จัดกิจกรรมเทิดพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง....


- วันที่[2019-08-07 ] ศาลจังหวัดอยุธยา น้อมรำลึกถึงดวงพระวิญญาณพระบิดาแห่งกฎหมายไทยวันรพี....


- วันที่[2019-07-02 ] ทน.กรุงเก่า หล่อเทียนพรรษาเป็นปฐมฤกษ์ อนุรักษ์สืบสานวัฒนธรรมประเพณีไทยเฉลิมพระเกียรติ....


- วันที่[2019-05-23 ] อยุธยา จัดมหรสพสมโภชเนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษกอย่างสมพระเกียรติ....


- วันที่[2019-05-08 ] สมเด็จพระสังฆราช เสด็จเป็นประธานไถ่ชีวิตโค-กระบือ บำเพ็ญกุศลอุทิศถวาย แด่สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก องค์ที่ 18 อยุธยา....


- วันที่[2019-04-25 ] อยุธยา องคมนตรีลงพื้นที่ติดตามโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ....


ดูข่าวทั้งหมด