แนวทางเศรษฐกิจกับความหวังการปฏิรูป

แชร์ผ่าน facebook

บทบรรณาธิการ

แนวทางเศรษฐกิจกับความหวังการปฏิรูป

           การปฏิรูปเศรษฐกิจไทยเป็นความฝันคนไทยทั้งประเทศ  ตามที่ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติเคยแถลงไว้  คือ จะสร้างระบบทุนที่ไม่ผูกขาด ให้ทุนรับใช้สังคมไม่ใช่สังคมรับใช้ทุน  จะสร้างระบบเศรษฐกิจที่เป็นธรรมไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม  มีดุลยภาพกับธรรมชาติ จะกำจัดธุรกิจการเมือง  จะปฏิรูประบบสถาบันการเงินให้เข้ากับสังคม  เป็นระบบและหลักการที่ดีเยี่ยม  แต่ยากมากที่จะทำสำเร็จ  ส่วนปัญหาใหญ่อีกด้านหนึ่ง  คือคนในชาติบ้านเมืองยังตกลงกันไม่ได้ ว่าจะอยู่กันได้อย่างไรมีแต่ความวุ่นวายไม่รู้สิ้นสุด นี่เป็นปัญหาทางการเมือง  แล้วต้นตอที่ทำให้มีปัญหาเกิดขึ้นรุนแรงก็มาจากระบบโลกใบนี้  ที่พวกเราเองเลือกมาใช้ แต่นำมาใช้อย่างขาดความสมดุล  พูดกันตรงๆ ให้เข้าใจง่ายๆกับโลกใบนี้ก็คือ ระบบโลกที่เราเลือกมาใช้ได้แก่  เศรษฐกิจการเมืองระบอบทุนิยม

           หลายคนต่างมองว่า “ทุนนิยม”  เป็นเรื่องของระบบเศรษฐกิจเท่านั้น  แต่ผมเห็นว่ามันครอบคลุมมากกว่านั้น คือ ปัจจุบันมันครอบงำการเมืองในเกือบทุกประเทศ  ผมจึงใช้คำว่าเศรษฐกิจการเมืองระบอบทุนนิยม  ทุนนิยมก็เฉกเช่นเดียวกับทุกเรื่องที่เกิดขึ้น คือมีสองด้าน  ด้านดีและด้านเลวร้าย  แต่พัฒนาการของทุนนิยมในระยะหลังๆ มานี้ สำแดงบทบาทด้านร้ายมากกว่าด้านดี  โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในประเทศที่มีปัจจัยสังคมแบบอุปถัมภ์พึ่งพิงตกค้างอยู่มาก  พัฒนาการทั้งด้านเศรษฐกิจและการปกครอง  ยังไปไม่ถึงขั้นเข้มแข็ง  พลเมืองสามารถแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในสังคมได้อย่างสงบ  สันติ  มีความเหลื่อมล้ำทางฐานะเศรษฐกิจในสังคมสูง  พลเมืองส่วนใหญ่ยังไม่เข้มแข็งทางเศรษฐกิจและวุฒิภาวะพอที่จะรักษาสิทธิมนุษยชนและสิทธิประชาธิปไตยของตน  มีการใช้อำนาจความรุนแรงนอกเหนือกรอบกติกาได้ง่าย และอื่นๆ

           ปัญหาสังคมทั้งหลายเหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็นด้านเศรษฐกิจ และการเมืองนั้น  ต้นตอมาจากระบบคิดแบบทุนนิยม  ปัญหาการเมือง  แม้รูปธรรมของประเด็นปัญหาจะถูกลากถูกโยกให้เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาก็ตาม  แต่ต้นตอก็คือ “ประโยชน์นิยม”  และวิธีคิดแบบทุนนิยม  ข้าราชการ  พ่อค้า  นายทุน  นักการเมือง  ส่วนข้างมากที่มีธุรกิจ ฯลฯ ได้รับการศึกษาปลูกฝังแนวคิดแบบทุนนิยมกันมามากกว่าครึ่งศตวรรษ  เป็นผู้กุมอำนาจทั้งทางการเมืองและเศรษฐกิจ  เป็นผู้กำหนดชะตากรรมของชนชั้นล่าง  ได้แก่  ชาวไร่ชาวนา และผู้ใช้แรงงาน  ผู้ประกอบอาชีพอิสระรายย่อย  นี่ก็เป็นผู้กำหนดชะตากรรมของประเทศด้วย  ภาคประชาชนก็อ่อนแอ  แถมยังแตกแยกกันหนัก แล้วใครจะกำจัดธุรกิจการเมืองได้..ครับ

           ดังนั้นการปฏิรูปเศรษฐกิจไม่อาจทำได้สำเร็จ  ด้วยอำนาจของคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง  แต่สำเร็จได้ด้วยความใฝ่ฝันร่วมกันที่จะทำให้สังคมของเราเป็นสังคมที่เปิดโอกาสให้ทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน  มีความยุติธรรม และมีสมรรถนะที่จะทำให้ศักยภาพของบุคคลและสังคมได้พัฒนาไปได้สูงสุด  สปช. ทำได้เพียงเสนอแนวทางในการปฏิรูปประเทศไทย  ส่วนการขับเคลื่อนการปฏิรูปเศรษฐกิจให้ปรากฏเป็นจริงเป็นภารกิจร่วมกันของคนทั้งสังคม  ถ้าทุกคนในสังคม “ทำเฉย”  การปฏิรูประบบเศรษฐกิจจะเป็นจริงไม่ได้อย่างแน่นอนครับ  สังคมไทย หรือสังคมไหนๆ ก็ตามถ้าไม่แตกแยกแบ่งพักแบ่งพวกกันแล้ว  สังคมนั้นย่อมอยู่เย็นเป็นสุข ประเทศชาติเจริญรุ่งเรือง