อธิบดีกรมชลฯ เบิกฤกษ์ส่งน้ำให้พื้นที่ลุ่มต่ำแก้มลิงธรรมชาติทำนาปีเร็วขึ้น

แชร์ผ่าน facebook

กรมชลฯ เบิกฤกษ์ส่งน้ำให้พื้นที่ลุ่มต่ำแก้มลิงธรรมชาติทำนาปีเร็วขึ้น

กรมชลประทาน ส่งน้ำเข้าระบบชลประทานพื้นที่ลุ่มต่ำ “แก้มลิงธรรมชาติ” ทำนาปีให้เร็วขึ้น เลี่ยงฤดูน้ำหลากท่วมผลผลิต จำนวน 6 แห่ง ภายใต้การบริหารจัดการน้ำ เพื่อสนับสนุนการเริ่มต้นเพาะปลูกข้าวนาปี ในช่วงฤดูฝนของพื้นที่ลุ่มต่ำรองรับน้ำ หวังให้เกษตรกรทำนาปีให้เร็วขึ้น ลดความเสี่ยงผลผลิตข้าวได้รับความเสียหายในช่วงฤดูน้ำหลาก ก่อนจะใช้เป็นแก้มลิงเก็บกักรองรับน้ำ บรรเทาปัญหาน้ำท่วมพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่าง ในเขตกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล

           เวลา 14.00 น.  วันที่ 2 พ.ค. 60  นายสัญชัย  เกตุวรชัย  อธิบดีกรมชลประทาน  นายสมชาย  ชาญณรงค์กุล  อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร พร้อมด้วยนายทองเปลว กองจันทร์ รองอธิบดีกรมชลประทาน นายสุจินต์ ไชยชุมศักดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา  นายศักดิ์ศิริ  อยู่สุข  ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 10  นายโบว์แดง  ทาแก้ว  ผู้อำนวยการโครงการชลประทานพระนครศรีอยุธยา นายวรวิทย์  บุญเนตร ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงบางบาล  หัวหน้าส่วนราชการ  กระทรวงเกษตรและสหกรณ์  หัวหน้าส่วนราชการ  กรมชลประทาน  เกษตรกรผู้ใช้น้ำ  ร่วมในพิธีกดปุ่มเปิดประตูส่งน้ำเข้าระบบชลประทานพื้นที่ลุ่มต่ำ “แก้มลิงธรรมชาติ” เพื่อให้เกษตรกรทำนาปีให้เร็วขึ้น เลี่ยงฤดูน้ำหลากท่วมผลผลิต จำนวน 6 แห่ง ภายใต้การบริหารจัดการน้ำ ลดความเสี่ยงผลผลิตข้าวได้รับความเสียหายในช่วงฤดูน้ำหลาก ก่อนจะใช้เป็นแก้มลิงเก็บกักรองรับน้ำ บรรเทาปัญหาน้ำท่วมพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่าง ในเขตกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล ณ สถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้า โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาบางบาล  จ.พระนครศรีอยุธยา

           นายสัญชัย  เกตุวรชัย  อธิบดีกรมชลประทาน  เปิดเผยว่า  กรมชลประทาน  ได้ต่อยอดความสำเร็จจากการปรับปฏิทินการส่งน้ำทำนาปีให้กับพื้นที่ลุ่มต่ำทุ่งบางระกำ ที่ให้เกษตรกรทำนาปีตั้งแต่ 1 เมษายน 2560 เป็นต้นมาเพื่อให้เก็บเกี่ยวผลผลิตให้เสร็จทันก่อนฤดูน้ำหลากจะมา ซึ่งนำมาปรับปฏิทินการส่งน้ำทำนาปีให้กับเกษตรกรในพื้นที่ลุ่มต่ำลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่าง  พื้นที่รวมประมาณ 1.5 ล้านไร่  โดยเริ่มส่งน้ำเข้าระบบชลประทาน  ตั้งแต่วันที่ 2 พฤษภาคม  2560 เป็นต้น  เพื่อให้เกษตรกรทำการเพาะปลูกและเก็บเกี่ยวผลผลิตให้แล้วเสร็จภายในเดือนสิงหาคม 2560 ก่อนเข้าสู่ฤดูน้ำหลาก ประกอบด้วย  12 ทุ่ง  ทุ่งเชียงราก  ทุ่งฝั่งซ้ายคลองชัยนาท – ป่าสัก  ทุ่งท่าวุ้ง และทุ่งบางกุ่ม  ซึ่งใช้น้ำจากคลองชัยนาท – ป่าสัก  ทุ่งป่าโมก  ทุ่งผักไห่ และทุ่งเจ้าเจ็ด  ใช้น้ำที่ส่งผ่านแม่น้ำน้อย  ทุ่งบางกุ้ง  ทุ่งบางบาล  ใช้น้ำจากสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าจากแม่น้ำเจ้าพระยา  ส่วนพื้นที่ลุ่มต่ำอื่น ๆ อาทิ พื้นที่ในเขตของโครงการส่งน้ำและบำรุงโพธิ์พระยา โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาพระยาบันลือ โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาพระพิมล และโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษารังสิตใต้  จะใช้น้ำจากบ่อตอก  บ่อน้ำตื้นและน้ำนอนคลอง  เป็นต้น

         นายศักดิ์ศิริ  อยู่สุข  ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 10  เปิดเผยว่า  กรมชลประทาน  ได้กำหนดการส่งน้ำทำนาปีของเกษตรกรในพื้นที่ลุ่มต่ำ  จำนวน 6 แห่ง  พื้นที่ประมาณ 290,130 ไร่  เกษตรกรในพื้นที่ทุ่งรวมทั้งสิ้น 10,832 ราย  เป็นพื้นที่ฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยา  จำนวน 5 แห่ง  รวมพื้นที่ประมาณ 256,680 ไร่  ได้แก่  ทุ่งเชียงราก  ทุ่งฝั่งซ้ายคลองชัยนาท-ป่าสัก  ทุ่งท่าวุ้ง  ทุ่งบางกุ่ม และทุ่งบางกุ้ง  ครอบคลุมพื้นที่บางส่วนของอำเภอตาคลี  จังหวัดนครสวรรค์  อำเภอสรรพยา  จังหวัดชัยนาท  อำเภออินทร์บุรี  จังหวัดสิงห์บุรี  อำเภอบ้านหมี่  อำเภอโคกสำโรง  อำเภอท่าวุ้ง และอำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี  อำเภอมหาราช อำเภอบางปะหัน และอำเภอนครหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และเป็นพื้นที่ฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยา จำนวน 1 แห่ง พื้นที่ประมาณ 33,450 ไร่ ประกอบด้วย ทุ่งบางบาล ครอบคลุมพื้นที่บางส่วนของอำเภอบางบาล และอำเภอเสนา  จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

         สำหรับกำหนดการทำนาปีของเกษตรกรในปีนี้  เป็นไปตามนโยบายของ  พลเอกฉัตรชัย  สาริกัลป์ยะ  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และเป็นไปตามความต้องการของเกษตรกรในพื้นที่ด้วย  เนื่องจากฤดูน้ำหลากในลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่าง  จะเกิดขึ้นในช่วงเดือนกันยายน-ตุลาคม  ดังนั้น เพื่อให้เกษตรกรสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ก่อนถึงฤดูน้ำหลาก  กรมชลประทาน  จึงกำหนดส่งน้ำให้เกษตรกรในพื้นที่ดังกล่าวทำนาก่อนพื้นที่อื่น ๆ ซึ่งเป็นพื้นที่ดอนโดยจะเริ่มส่งน้ำ  ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม และเก็บเกี่ยวก่อน 31 สิงหาคม 2560

          ดังนั้นการส่งน้ำทำนาปีในพื้นที่ลุ่มต่ำ  นอกจากจะลดความเสี่ยงที่ผลผลิตข้าวจะได้รับความเสียหายจากน้ำท่วมแล้ว  ยังจะทำให้เกษตรกรมีรายได้  มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และยังช่วยให้ภาครัฐสามารถประหยัดงบประมาณจากการจ่ายเงินค่าชดเชยความเสียหายจากน้ำท่วมได้อีกด้วย  ที่สำคัญ  หลังจากที่เกษตรกรเก็บเกี่ยวผลผลิตเสร็จแล้ว  สามารถใช้พื้นที่ลุ่มต่ำดังกล่าวเป็นแก้มลิงธรรมชาติ  รองรับน้ำในฤดูน้ำหลาก  เพื่อลดผลกระทบจากอุทกภัยที่จะเกิดขึ้นในเขตชุมชนและสถานที่ราชการ ตลอดจนเป็นการตัดยอดน้ำเพื่อบรรเทาผลกระทบกับพื้นที่ตอนล่างของลุ่มน้ำเจ้าพระยา ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑลอีกด้วย  ซึ่งจะสามารถเก็บกักน้ำได้สูงสุดประมาณ 544 ล้านลูกบาศก์เมตร ในระยะเวลาประมาณ 2-3 เดือน   นอกจากนี้  ยังจะช่วยส่งเสริมให้เกษตรกร  มีรายได้เสริมจากการทำอาชีพประมง อีกทั้งปริมาณน้ำที่เก็บกักไว้ในพื้นที่ลุ่มต่ำ  ยังสามารถนำมาใช้ในการบริหารจัดการเป็นน้ำต้นทุนในการทำนาปรัง และการอุปโภคในช่วงฤดูแล้งได้อีกด้วย

ข่าวล่าสุด


- วันที่[2018-05-26 ] wkwkwk....


- วันที่[2018-05-08 ] สมเด็จพระสังฆราช เสด็จฯทรงเป็นประธานไถ่ชีวิตโค-กระบืออยุธยา กว่า 400 ตัว....


- วันที่[2018-04-03 ] อยุธยา ทำบุญครบรอบ 668 ปี แห่งการสถาปนากรุงศรีอยุธยา ย้อนรำลึกอดีต 417 ปี....


- วันที่[2018-03-13 ] วังช้างอยุธยา แล เพนียด จัดเลี้ยงโต๊ะจีนช้างกว่า 70 เชือก วันช้างไทยยิ่งใหญ่....


- วันที่[2018-02-05 ] หอการค้ากรุงเก่า จัดงานตรุษจีนกรุงเก่าอยุธยามหามงคล กระตุ้นเศรษฐกิจท่องเที่ยวยิ่งใหญ่อลังการ....


- วันที่[2018-01-12 ] วธ.อยุธยา อนุรักษ์ฟื้นฟูสืบสานวัฒนธรรมประเพณีไหว้แม่ย่านางเรือ นำเรือกว่า 100 ลำ ร่วมในพิธีฯ....


- วันที่[2018-01-03 ] อยุธยา ทำบุญตักบาตรพระภิกษุสงฆ์สามเณร 498 รูป เสริมสร้างสิริมงคลเนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่....


- วันที่[2017-12-06 ] สื่อมวลชน ยกทัพแต่งชุดไทยโบราณเซอร์ไพรส์งานแถลงข่าวยอยศยิ่งฟ้าอยุธยามรดกโลก....


- วันที่[2017-10-27 ] พ่อเมืองอยุธยา ทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศลพ่อหลวง ร.9 อัญเชิญเถ้าดอกไม้จันทน์ลอยอังคารเจ้าพระยา....


- วันที่[2017-10-14 ] พสกนิกรชาวอยุธยา วังช้างอยุธยา แล เพนียด ยืนถวายอาลัยน้อมรำลึก 1 ปี ธ เสด็จสู่สวรรคาลัย....


ดูข่าวทั้งหมด