ปธ.มูลนิธิเซียงเต๊กตึ้งแจงศาลฎีกายืนไม่รื้อสุสานวัดพนัญเชิงฯ เมืองกรุงเก่า

แชร์ผ่าน facebook

ปธ.มูลนิธิเซียงเต๊กตึ้งแจงศาลฎีกายืนไม่รื้อสุสานวัดพนัญเชิงฯ เมืองกรุงเก่า

ศาลฎีกาอ่านคำพิพากษายืนตามศาลอุทรณ์ ไม่รื้อสุสานวัดพนัญเชิงวรวิหาร หลังจากที่เกิดข้อพิพาทมานานหลายปี ท่ามกลางความโล่งอกของลูกหลานบรรพบุรุษนับ 3 พันหลุม

       เวลา 11.00 น.วันที่ 17 พ.ค. 61  นายวินัย อัศวราชันย์ ประธานมูลนิธิวัดพนัญเชิงเซียงเต๊กตึ๊งอยุธยา เป็นประธานในการแถลงข่าวภายหลังจากที่ศาลฎีกาอ่านคำพิพากษา กรณีการพิพาทเรื่องการรื้อสุสานวัดพนัญเชิงวรวิหาร โดยมีนายชัยสิทธิ์ กังวาลย์ไกรไพศาล  นายอมร มหิทิรุท  นายสมนึก  ลีลารุ่งอนันต์ กรรมการมูลนิธิฯ นายสุรพล กองอรรถ ทนายความ ร่วมแถลงต่อสื่อมวลชนแขนงต่างๆ ณ ห้องประชุมชั้นสองโรงเรียนประชาศึกษา อ.พระนครศรีอยุธยา  จ.พระนครศรีอยุธ  พร้อมนำสื่อมวลชนแขนงต่าง ๆ ลงพื้นที่ตรวจดูสถานที่กรณีได้มีการฟ้องมูลนิธิวัดพนัญเชิงเซียงเต๊กตึ๊ง  ในเรื่องให้รื้อสุสานสาธารณะวัดพนัญเชิงวรวิหาร หลังจากที่เกิดข้อพิพาทมานานหลายปี ท่ามกลางความโล่งอกของลูกหลานบรรพบุรุษนับ 3 พันหลุม 

       นายสุรพล กองอรรถ  ทนายความมูลนิธิฯ  เปิดเผยว่า  จากกรณีที่วัดพนัญเชิงวรวิหาร ได้มีการฟ้องมูลนิธิวัดพนัญเชิงเซียงเต๊กตึ๊ง  ในเรื่องให้รื้อสุสานสาธารณะวัดพนัญเชิงวรวิหาร ซึ่งมีหลุมศพไร้ญาติ กว่า 2 พันหลุม และบรรพบุรุษที่มีลูกหลานดูแลอีก 1,200 หลุม  โดยมีการต่อสู้ทางกระบวนการยุติธรรม ศาลชั้นต้นได้มีการพิพากษาไม่ให้คณะกรรมการเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับทางสุสานดังกล่าว และสุสานดังกล่าวไม่สามารถรื้อถอนหรือดำเนินการใดๆได้ ซึ่งต่อมาทางวัดพนัญเชิงวรวิหาร ได้มีการยื่นอุทรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้น แต่ศาลอุทรณ์ยังยืนตามศาลชั้นต้น  โดยในเรื่องของการไม่ให้คณะกรรมการมูลนิธิเข้าไปยุ่งนั้น อยู่ระหว่างขอทุเลา จนกระทั่งมาถึงศาลฎีกา ได้มีคำวินิจฉัยพิพากษายืนตามศาลอุทรณ์ โดยศาลฎีกาเห็นว่าโจทย์คือวัดพนัญเชิงวรวิหาร ไม่สามารถที่จะฟ้องในกรณีคัดค้านคำตัดสินของศาลอุทรณ์ ในเรื่องการรื้อถอนได้อีกเนื่องจากสุสานดังกล่าวเป็นสาธารณะ ส่วนเรื่องของคณะกรรมการยืนตามศาลอุทรณ์ไม่สามารถดำเนินการได้

       นายวินัย   อัศวราชันย์  กล่าวว่า  ในเรื่องของการรื้อถอนนั้นเป็นที่สบายใจได้ว่าจะไม่ต้องมีการรื้อถอนสุสานอย่างแน่นอน แต่สิ่งที่ต้องมาหารือและต้องดำเนินการต่อ  หลังจากที่ศาลพิพากษายืนตามศาลอุทรณ์ที่มูลนิธิฯ ไม่สามารถเข้าไปดำเนินการได้ ก็จะต้องเป็นหน้าที่ของลูกหลานที่ยังอาจจะมอบให้กับมูลนิธิฯ ดำเนินการต่อไป อย่างไรก็ตามเนื่องจากยังมีกลุ่มของนายสมาน ศิริพฤกษ์พงษ์  ซึ่งเป็นลูกหลานที่ทำการร้องสอดเข้าไปอีก 102 รายชื่อ ทางศาลฎีกาเห็นว่าผู้ร้องสอดทั้ง 102 นั้นไม่มีอำนาจยื่นคำร้องขอเป็นคู่ความ หน้าที่เป็นของจำเลยที่ 1 คือมูลนิธิฯเท่านั้น ซึ่งทางมูลนิธิฯและทายาททั้งหมดจะได้หารือในการเข้าดำเนินการดูแลสุสานต่อไป

ข่าวล่าสุด


- วันที่[2020-04-09 ] พ่อเมืองอยุธยา ตรวจเยี่ยมบุคลากรทางการแพทย์ รพ.เสนา ติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดเชื้อโควิด-19....


- วันที่[2020-03-30 ] พ่อเมืองอยุธยา ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจบุคลาการทางการแพทย์รับมือการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19....


- วันที่[2020-03-26 ] นอภ.บางปะอิน ระดมเจ้าหน้าที่ กำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน ตั้งจุดตรวจคัดกรองป้องกันการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด 19....


- วันที่[2020-03-25 ] ขนส่งอยุธยา ตรวจเข้มคัดกรองผู้มาติดต่อราชการป้องกันการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19....


- วันที่[2020-03-10 ] เหล่ากาชาดอยุธยา ห่วงใยใส่ใจลงพื้นที่อำเภอบางปะหันเยี่ยมผู้ป่วยติดเตียง ผู้สูงอายุ ผู้พิการ....


- วันที่[2020-03-06 ] ขนส่งอยุธยา ตรวจเข้มจุดคัดกรองประชาชนผู้มาติดต่อราชการตรวจป้องกันการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิค19....


- วันที่[2020-02-28 ] เมืองกรุงเก่า โซเชียลแชร์ประชาชนแตกตื่นปิดร้านกาแฟในห้างดัง ยังไม่พบผู้ติดเชื้อโควิด 19....


- วันที่[2020-02-26 ] อยุธยา รวมพลังทุกภาคส่วน 16 อำเภอ รวมน้ำใจช่วยกาชาดงานมรดกโลก....


- วันที่[2020-02-20 ] พมจ.อยุธยา จับมือกับบริษัทมิตซูบิชิ อีเล็คทริค ปันน้ำใจคืนกำไรสู่สังคมเสริมสร้างคุณภาพชีวิต....


- วันที่[2020-02-14 ] เมืองกรุงเก่า วันแห่งความรัก นักเรียน ส่งความรักห่วงใยถึงชาวอู่ฮั่น....


ดูข่าวทั้งหมด