จันทบุรี - กมธ.ความมั่นคงฯ ลงพื้นที่ดูรั้วชายแดนไทย-กัมพูชา ติดตามสร้างรั้วถาวรไทย-กัมพูชา
208 อ่าน
จันทบุรี - กมธ.ความมั่นคงฯ ลงพื้นที่ดูรั้วชายแดนไทย-กัมพูชา ติดตามสร้างรั้วถาวรไทย-กัมพูชา
จันทบุรี กมธ.ความมั่นคงฯ ลงพื้นที่ดูรั้วชายแดนไทย-กัมพูชา จันทบุรี ติดตามสร้างรั้วถาวรไทย-กัมพูชา หนุนกองทัพสร้างทุกแนวรบ ด้านผบ.ฉก.นย.จันทบุรี ชี้แจงปมดราม่า "ช่องว่างระหว่างกำแพง ย้ำดำเนินการตามกฎหมายระหว่างประเทศ 100 เปอร์เซ็นต์
วันที่ 27 มิถุนายน 2569 เวลา 09.00 น. บริเวณหลักเขตแดนที่ 52 บริเวณพื้นที่ชายแดน อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี คณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติ และการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร นำโดย นายมณเฑียร สงฆ์ประชา ประธานคณะกรรมาธิการ พร้อมด้วยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดจันทบุรี จังหวัดชลบุรี คณะกรรมาธิการ และเจ้าหน้าที่ ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าการก่อสร้างรั้วถาวรชายแดนไทย–กัมพูชา เพื่อรับฟังผลการดำเนินงานและตรวจเยี่ยมพื้นที่ก่อสร้าง โดยมี นายธวัชชัย นามสมุทร รองผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี นายประพิศ ญาณปัญญา นายอำเภอโป่งน้ำร้อน พร้อมหน่วยงานความมั่นคง ร่วมต้อนรับพร้อมนำลงพื้นที่

ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ นาวาเอกปรัชญา หาญเทียม ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธิน ได้บรรยายสรุปความคืบหน้าของโครงการ โดยระบุว่า ปัจจุบันการก่อสร้างมีความคืบหน้าแล้วประมาณร้อยละ 45 ซึ่งเกิดจากความร่วมมือของทุกภาคส่วน ทั้งหน่วยงานด้านความมั่นคง ส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำชุมชน และประชาชนในพื้นที่ ที่ร่วมกันผลักดันจนสามารถดำเนินโครงการได้อย่างเป็นรูปธรรม
ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธิน กล่าวว่า การก่อสร้างรั้วชายแดนไม่ได้เกิดขึ้นทันที แต่ผ่านกระบวนการตามกฎหมายระหว่างประเทศอย่างเคร่งครัด โดยดำเนินการภายใต้อธิปไตยของประเทศไทย ร้อยเปอร์เซ็นต์ และเป็นไปตามขั้นตอนของคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย–กัมพูชา (Joint Boundary Commission - JBC) ทั้งการสำรวจ การปักหมุดหลักเขต การประชุมร่วม และการลงนามในเอกสารด้านเทคนิค (Technical Instruction) ก่อนที่จะได้รับการรับรองจากประธาน JBC ของทั้งสองประเทศ ผลจากการดำเนินงานดังกล่าว ทำให้สามารถปักหมุดชั่วคราวได้ จำนวน 166 จุด ครอบคลุมพื้นที่ตั้งแต่หลักเขตแดนที่ 52 ถึงหลักเขตที่ 59 ระยะทางรวมประมาณ 8.3 กิโลเมตร ส่งผลให้สามารถกำหนดแนวเส้นเขตแดนได้อย่างชัดเจน แม้ว่าระยะห่างระหว่างหลักเขตแต่ละหลักจะไม่เท่ากันก็ตาม


นาวาเอกปรัชญา ยืนยันว่า ก่อนเริ่มดำเนินการก่อสร้างทุกครั้ง ได้มีการประสานงานและแจ้งให้ฝ่ายกัมพูชารับทราบ พร้อมเปิดโอกาสให้เข้าตรวจสอบพื้นที่ เพื่อป้องกันความเข้าใจผิดและยืนยันว่า ไม่มีการรุกล้ำอธิปไตยของประเทศเพื่อนบ้าน ทุกขั้นตอนยึดหลักกฎหมายระหว่างประเทศและความโปร่งใส ทำให้การดำเนินงานเป็นไปด้วยความเรียบร้อย และได้รับการยอมรับจากทั้งสองฝ่าย สำหรับการก่อสร้างแบ่งออกเป็น 2 ระยะ ได้แก่ ระยะที่ 1 จากหลักเขตที่ 52 ถึงหลักเขตที่ 54 ซึ่งได้ก่อสร้างถนนเข้าถึงพื้นที่และดำเนินงานก่อสร้างรั้วอย่างต่อเนื่อง ส่วนระยะที่ 2 จากหลักเขตที่ 54 ถึงหลักเขตที่ 59 ปัจจุบันได้ก่อสร้างถนนแล้วประมาณ 600 เมตร เพื่อรองรับการก่อสร้างรั้วในช่วงถัดไป โดยลักษณะของรั้วชายแดน คือ แผ่นปูนทึบสูง 1.95 เมตร ความสูงรวมของกำแพง คือ 4.3 เมตร มีแนวรั้วลวดหนามติดอยู่บนยอดกำแพง


ส่วนช่องว่างรั้วกำแพง ที่เคยเป็นดรามาก่อนหน้านี้ คณะกรรมาธิการฯ ก็ได้ไปดู และสอบถามว่า เป็นไปตามข่าวจริงหรือไม่ ซึ่งผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินจันทบุรี ได้ชี้แจงว่า หลักเขตที่เป็นข่าวคือหลักเขตที่ 52 สร้างมาตั้งแต่สมัยสนธิสัญญาฝรั่งเศส ซึ่งถือเป็นสมบัติของทั้ง 2 ประเทศ (ไทย และกัมพูชา) โดยสาเหตุที่ต้องเว้นว่างก่อสร้างกำแพงไว้ ตรงบริเวณหลักเขต เนื่องจากกระบวนการของคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม หรือ JBC ยังดำเนินการไม่ครบถ้วน และยังมาปรับปรุง หลังจากนั้นจะมีการนำแผ่นบานพับ แบบเปิด-ปิด ได้มาครอบตรงบริเวณหลักเขต เพื่อให้คณะกรรมการ JBC ร่วมกันตรวจสอบได้ ยืนยัน จะไม่เว้นช่องว่างไว้แน่นอน แต่ปัจจุบันยังสร้างไม่เสร็จ พร้อมยืนยันว่า หลักเขตก็ไม่ได้หายไปไหน หลังมีการไปตัดต่อภาพนำหลักเขตออก


นอกจากนี้ หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธิน ยังได้บูรณาการการทำงานร่วมกับจังหวัด อำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และประชาชนในพื้นที่ เพื่อแก้ไขปัญหาและลดผลกระทบจากการก่อสร้าง พร้อมสร้างความเข้าใจแก่ประชาชน เพื่อให้โครงการก่อสร้างรั้วชายแดนเกิดความยั่งยืนในระยะยาว และเป็นกลไกสำคัญในการเสริมสร้างความมั่นคงตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชาต่อไป จากนั้นทางคณะกรรมมาธิการได้เดินทางไปติดตามสถานการณ์ในพื้นที่ฐานเนินผี หรือพื้นที่รูปตัว กอ. ซึ่งเป็นอีกจุดยุทธศาสตร์สำคัญของแนวชายแดน เพื่อรับฟังการบรรยายสรุป ก่อนเดินทางกลับ


ภาพ/ข่าว กิตติพงศ์ คงคาลัย
ข่าวล่าสุด
- วันที่[2026-10-15 ] รองผู้ว่าฯ สิงห์บุรี – พร้อมทีมมอบถุงยังชีพช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ในเขตเทศบาลเมืองสิงห์บุรี....
- วันที่[2026-10-13 ] พัทยา-บางละมุง รวมใจใส่เสื้อเหลืองวันนวมินทรมหาราช ร่วมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณองค์พ่อ ร.9....
- วันที่[2026-10-10 ] ผบช.ภ.2 ตั้งโรงครัวพระราชทาน ประกอบอาหารช่วยน้ำท่วมชาวบ้านบางคล้า....
- วันที่[2026-10-10 ] GULF เดินหน้ามอบถุงยังชีพ 2,600 ชุด บรรเทาความเดือดร้อนประชาชน จ.อยุธยา สานต่อภารกิจ ‘GULF Care’ ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม จากกรุงเทพฯ สู่ 16 จังหวัด 4 ภูมิภาค....
- วันที่[2026-10-09 ] พช.สิงห์บุรี - จัดกิจกรรมเนื่องในวันคล้ายวันก่อตั้งกรมการพัฒนาชุมชน ครบรอบ 64 ปี มุ่งมั่นขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากมั่นคงอย่างยั่งยืน....
- วันที่[2026-10-09 ] ผบ.นทพ. – ลงพื้นที่อยุธยา ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจ ผู้ประสบอุทกภัย พร้อมมอบถุงยังชีพ จำนวน 600 ชุด....
- วันที่[2026-10-09 ] ผู้ว่าฯ สิงห์บุรี - นำทีมมอบอาหาร–น้ำดื่ม ให้กำลังใจนักเรียน - ประชาชน ผู้ประสบอุทกภัยตำบลชีน้ำร้าย....
- วันที่[2026-10-08 ] สายธารร่วมใจจากวัดบางพระ – ส่งต่อกำลังใจช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมราชบุรี....
- วันที่[2026-10-08 ] ผวจ.สิงห์บุรี - เปิดโครงการ “SINGBURI ROOT&RISE” ยกระดับผ้าไทยและผลิตภัณฑ์ชุมชน จัดเสวนาถ่ายทอดความรู้ ต่อยอดสร้างมูลค่าเพิ่มสู่ตลาดสากล....
- วันที่[2026-10-08 ] ตร.ภ.2 ลงพื้นที่แปดริ้วน้ำท่วมอ่วมหนัก เร่งช่วยชาวบ้านสร้างขวัญ-กำลังใจ....
