กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ ติวเข้มให้ความรู้ผู้ประกอบการประมวลหลักปฏิบัติที่ดีการนำเข้า/ส่งออก เชื้อเพลิงถ่านหิน

แชร์ผ่าน facebook

กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ  ติวเข้มให้ความรู้ผู้ประกอบการประมวลหลักปฏิบัติที่ดีการนำเข้า/ส่งออก เชื้อเพลิงถ่านหิน

กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ ร่วมกับบริษัท เอสจีเอส (ประเทศไทย) จำกัด  ติวเข้มให้ความรู้ผู้ประกอบการ และประชาสัมพันธ์ประมวลหลักปฏิบัติที่ดีการนำเข้า/ส่งออกเชื้อเพลิงถ่านหิน (Code of Practice; CoP โดยมุ่งเน้นให้ผู้ประกอบกิจการนำเข้าและส่งออกเชื้อเพลิงถ่านหิน รวมทั้งผู้ที่เกี่ยวข้องได้ใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติงานได้อย่างถูกต้อง เพื่อป้องกันและลดผลกระทบต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม ส่งผลต่อการยกระดับการประกอบกิจการเชื้อเพลิงถ่านหินของไทยให้ได้มาตรฐาน

       เวลา 09.30 น. วันที่  20  สิงหาคม  2562  นายภูมี ศรีสุวรรณ รองอธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมให้ความรู้ และประชาสัมพันธ์ประมวลหลักปฏิบัติที่ดีการนำเข้า/ส่งออกเชื้อเพลิงถ่านหิน (Code of Practice; CoP) “โครงการบูรณาการงานด้านถ่านหินโดยรวมของประเทศ ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในส่วนของการเผยแพร่และปรับปรุงประมวลหลักปฏิบัติที่ดีสำหรับการนำเข้า/ส่งออกเชื้อเพลิงถ่านหิน” เพื่อส่งเสริมการดำเนินกิจการที่ดีด้านเชื้อเพลิงถ่านหินที่เป็นมิตรต่อการเสริมสร้างภาพลักษณ์ที่ดี ด้านการประกอบกิจการเชื้อเพลิงถ่านหินในประเทศไทย โดยมี นายสัมฤทธิ์ กองเงิน หัวหน้าสำนักงานจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นผู้กล่าวต้อนรับ  นายวุฒิพงษ์ คงเพชรศักดิ์ หัวหน้ากลุ่มแร่เชื้อเพลิงธรรมชาติทางเลือก กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ  กล่าวรายงาน  ซึ่งมีผู้แทนจากหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง นายศุกร์วิบูล  ปิ่นนิกร  ปลัดจังหวัดฯ นางพงษ์ธร  มิลินทบุณย์ พลังงานจังหวัดพระนครศรีอยุธยา บริษัทฯ ผู้ประกอบกิจการถ่านหิน และ สื่อมวลชน เข้าร่วมกว่า 100 คน  ณ โรงแรมคลาสสิค คามิโอ อยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

       นายภูมี ศรีสุวรรณ รองอธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ กระทรวงพลังงาน กล่าวว่า กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ ร่วมกับบริษัท เอสจีเอส (ประเทศไทย) จำกัด ดำเนินงานในส่วนของการเผยแพร่และปรับปรุงประมวลหลักปฏิบัติที่ดี สำหรับการนำเข้าและส่งออกเชื้อเพลิงถ่านหิน โดยมุ่งเน้นให้ผู้ประกอบกิจการนำเข้าและส่งออกเชื้อเพลิงถ่านหิน รวมทั้งผู้ที่เกี่ยวข้องได้ใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติงานได้อย่างถูกต้อง เพื่อป้องกันและลดผลกระทบต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม ส่งผลต่อการยกระดับการประกอบกิจการเชื้อเพลิงถ่านหินของไทยให้ได้มาตรฐาน ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและเสริมสร้างภาพลักษณ์ที่ดี ด้านการประกอบกิจการเชื้อเพลิงถ่านหิน ให้เป็นที่ยอมรับของสังคมอันจะนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน เพิ่มประสิทธิภาพความมั่นคงและเสถียรภาพด้านพลังงานของประเทศสอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 (พ.ศ.2560-2564) ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ.2558-2577) ที่มีวิสัยทัศน์สู่ความมั่นคงมั่งคั่งและยั่งยืน เรื่องการดำเนินงานด้านคุณภาพสิ่งแวดล้อม ที่ครอบคลุมตั้งแต่กิจกรรมการขนถ่าย การขนส่ง การกองเก็บ และการแปรรูปเชื้อเพลิงถ่านหิน รวมทั้งกรณีที่มีการเลิกกิจการ และเนื้อหาด้านความปลอดภัย และสุขอนามัยของคนงาน และประชาชนรอบสถานประกอบการ เพื่อการดำเนินกิจการด้านถ่านหินเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และเป็นมิตรกับชุมชนโดยรอบ  ยกระดับสถานประกอบการให้ได้มาตรฐานสถานประกอบการเชื้อเพลิงถ่านหินที่ดี ส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดีของสถานประกอบการ และเป็นที่ยอมรับของทุกภาคส่วนอันจะนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน เพิ่มความมั่นคงและเสถียรภาพด้านพลังงานของประเทศไทยต่อไป

      จากการสัมภาษณ์ นายภูมี ศรีสุวรรณ รองอธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ  กล่าวเพิ่มเติมว่า  ความเป็นมาและวัตถุประสงค์ของโครงการฯ  เป็นโครงการในการประมวลหลักปฏิบัติที่ดีมาสู่ผู้ประกอบการ ก็มีความคิดกันเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา ในปี 61 เนื่องจากมีหนังสือเรื่องร้องเรียนเข้ามามากเกี่ยวกับเรื่องผลกระทบในการประกอบกิจการถ่านหิน ทำให้เกิดความเดือดร้อนแก่ชุมชน ก็มีการหารือกันระหว่าง 9 กระทรวง ก็เลยตั้งคณะทำงานขึ้นมา เมื่อปี 61 โดยมีปลัดกระทรวงพลังงาน เป็นประธาน และมีองค์ประกอบของ 9 กระทรวงอยู่ด้วย  เพื่อจะร่วมกันแก้ปัญหานี้ สุดท้ายก็มีการประมวลหลักปฏิบัติที่ดี  เพื่อหวังว่าคู่มือเหล่านั้นจะเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ คุณภาพชีวิตของประชาชนดีขึ้น ผู้ประกอบการด้านบริหารถ่านหินสามารถอยู่ร่วมกับสังคมได้ดียิ่งขึ้น  ซึ่งถ่านหินมีความสำคัญต่อประเทศไทย ปัจจุบันประเทศไทยเราใช้ถ่านหินประมาณ 40 ล้านตันต่อปีทั้งประเทศ การใช้ในประเทศแค่ 15 ล้านตัน หลักๆอยู่ที่แม่เมาะ เล็กน้อยในจังหวัดลำปาง จากนั้น 25 ล้านตัน  เป็นการนำเข้าทั้งหมด นำเข้ามาจากประเทศอินโดนีเซีย ออสเตรีย  อย่างไรก็ตามจำนวน 12.5 ล้านตัน นำมาขึ้นที่ท่านครหลวง ซึ่งเป็นถ่านหินที่มีความสำคัญต่อภาคอุตสาหกรรมราบลุ่มภาคกลางตอนล่าง จึงจำเป็นในส่วนของภาคอุตสาหกรรม  เนื่องจาก 1 ตันมีปริมาณมาก ถ้าเรามีการดูแลสิ่งแวดล้อมที่ดี ซึ่งทำให้สามารถแข่งขันได้ เป็นตัวที่จะช่วยได้มากกว่าหลาย 10 ปี 100 ปี เมื่อเทียบกับน้ำมันหรือก๊าชธรรมชาติ 30 - 50 ปีนั่นเอง

       สำหรับโครงการฯ จะแก้ไขปัญหาได้ต้องขอความร่วมมือผู้ประกอบการ ไม่ใช้กฎหมายบังคับ ที่ผู้ประกอบการจะต้องปฏิบัติให้อยู่ร่วมกับสังคมได้  ถ้าเมื่อไหร่ก็ตาม 12.5 ล้านตันต่อปี  ซึ่งเยอะมากจะเป็นปัญหากับที่ราบลุ่มภาคกลางตอนล่างทั้งหมด ที่เราจะต้องอยู่ร่วมกันให้ได้ จะต้องเป็นการมองในภาพรวม  จังหวัดพระนครศรีอยุธยา  นครหลวง บางปะอิน  ที่มีท่าเรือการขนถ่านสินค้ามากที่สุดในประเทศ ซึ่งมีปัญหากับชุมชนพอสมควร การดูแลที่อาจจะไม่เพียงพอ นั่นคือที่มาที่กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ  จะนำคู่มือเหล่านี้มาออกสื่อให้ประชาชนรับรู้ด้วย  ส่วนกลางก็พยายามปฏิบัติตาม ที่กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติพยายามศึกษา  เป็นการร่วมกันประมวลที่มีบทบัญญัติอยู่แล้ว อย่างเล่มนี้ยังไม่ใช่ผลสุดท้าย กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติจะมานำเสนอ มีการปรับปรุงที่คุยกันไว้ ในปี 62 กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติจะปรับปรุงให้มันมีความเหมาะสมมากยิ่งขึ้น

         นายอิศรา สุขจำเริญศรี ผู้เชี่ยวชาญด้านเชื้อเพลิงถ่านหิน บริษัท เอสจีเอส (ประเทศไทย) จำกัด  ผู้มีประสบการณ์ด้านการตรวจสอบคุณภาพที่นำเข้าและส่งออกผ่านประเทศไทย และรับผิดชอบเป็นผู้จัดการโครงการการจัดทำประมวลหลักปฏิบัติที่ดีสำหรับการนำเข้าและส่งออกเชื้อเพลิงถ่านหิน กล่าวถึงแนวทางในการนำเข้าและส่งออกถ่านหินในประเทศไทย  ภายใต้ประมวลหลักปฏิบัติที่ดีสำหรับการนำเข้าและส่งออกเชื้อเพลิงถ่านหิน โดยเส้นทางการนำเข้าถ่านหินในประเทศไทยมี 4 เส้นทางหลัก ได้แก่ เกาะสีชัง จังหวัดชลบุรี ท่าเรืออุตสาหกรรม จังหวัดระยอง เกาะพะลวย  จังหวัดสุราษฎร์ และท่าเรือในอำเภอกันตรัง จังหวัดตรัง ในส่วนของเส้นทางส่งออกถ่านหินในประเทศไทย มี 3 เส้นทาง ได้แก่ ท่าเรืออำเภอนครหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา  เกาะสีชัง จังหวัดชลบุรี ท่าเรือแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี สำหรับขั้นตอนการนำเข้าและส่งออกฐานหิน  มี 4 กิจกรรมหลัก ได้แก่ การขนถ่ายเชื้อเพลิงถ่านหิน  การขนส่งเชื้อเพลิงถ่านหิน การกองเก็บเชื้อเพลิงถ่านหินและการแปรรูปเชื้อเพลิงถ่านหิน โดยมีกลุ่มเป้าหมายเป็นผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องกับถ่านหิน ดังนี้ ผู้ประกอบการนำเข้าและส่งออก ผู้ประกอบการท่าเรือ ผู้ประกอบการขนส่งเชื้อเพลิงถ่านหินทั้งทางบกและทางน้ำ โรงงานอุตสาหกรรมและโรงไฟฟ้า รวมถึงผู้ประกอบการอื่นๆ ที่ใช้ประโยชน์จากถ่านหิน ประมวลหลักปฏิบัติที่ดีสำหรับการนำเข้าและส่งออกเชื้อเพลิงถ่านหิน จะทำให้สถานประกอบการดำเนินกิจการด้านถ่านหินเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและเป็นมิตรต่อชุมชนโดยรอบ ยกระดับสถานประกอบการและส่งเสริมสถานประกอบการด้านถ่านหินให้ได้มาตรฐานระดับสากล

ข่าวล่าสุด


- วันที่[2020-03-30 ] พ่อเมืองอยุธยา ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจบุคลาการทางการแพทย์รับมือการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19....


- วันที่[2020-03-26 ] นอภ.บางปะอิน ระดมเจ้าหน้าที่ กำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน ตั้งจุดตรวจคัดกรองป้องกันการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด 19....


- วันที่[2020-03-25 ] ขนส่งอยุธยา ตรวจเข้มคัดกรองผู้มาติดต่อราชการป้องกันการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19....


- วันที่[2020-03-10 ] เหล่ากาชาดอยุธยา ห่วงใยใส่ใจลงพื้นที่อำเภอบางปะหันเยี่ยมผู้ป่วยติดเตียง ผู้สูงอายุ ผู้พิการ....


- วันที่[2020-03-06 ] ขนส่งอยุธยา ตรวจเข้มจุดคัดกรองประชาชนผู้มาติดต่อราชการตรวจป้องกันการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิค19....


- วันที่[2020-02-28 ] เมืองกรุงเก่า โซเชียลแชร์ประชาชนแตกตื่นปิดร้านกาแฟในห้างดัง ยังไม่พบผู้ติดเชื้อโควิด 19....


- วันที่[2020-02-26 ] อยุธยา รวมพลังทุกภาคส่วน 16 อำเภอ รวมน้ำใจช่วยกาชาดงานมรดกโลก....


- วันที่[2020-02-20 ] พมจ.อยุธยา จับมือกับบริษัทมิตซูบิชิ อีเล็คทริค ปันน้ำใจคืนกำไรสู่สังคมเสริมสร้างคุณภาพชีวิต....


- วันที่[2020-02-14 ] เมืองกรุงเก่า วันแห่งความรัก นักเรียน ส่งความรักห่วงใยถึงชาวอู่ฮั่น....


- วันที่[2020-02-07 ] สำนักงานคดีอาญา สำนักงานอัยการสูงสุด ร่วมกับ กต.ตร.กทม.ด้านสังคม รับบริจาคโลหิตครั้งที่ 7 ช่วยกุศลผลบุญอันยิ่งใหญ่....


ดูข่าวทั้งหมด