หลวงปู่ทวด วัดช้างให้ ตำบลควนโนรี อำเภอโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี

หลวงปู่ทวด  วัดช้างให้  ตำบลควนโนรี  อำเภอโคกโพธิ์  จังหวัดปัตตานี

                สวัสดีครับท่านผู้อ่านสยามโพลล์ทุกท่านครับ  พบกันอีกครั้งกับมุมพระเครื่องสยามโพลล์  ตอนแรกผู้เขียนจะนำเสนอเรื่อง  หลวงพ่อขัน วัดนกกระจาบ  แต่ก็อดใจไม่ได้ที่ต้องนำประวัติหลวงปู่ทวดแทรก  เพื่อนำเสนอก่อน  เพราะความศรัทธาที่ผู้เขียนเคารพนับถือท่านมากจึงไม่อาจอดใจไหว  ส่วนหลวงพ่อขัน  พบกันในโอกาสต่อไป

                ครับมาเข้าเรื่องกัน  หลายท่านคงเคยได้ยินหรือรู้จักหลวงปู่ทวดมาบ้าง  ทางผู้เขียนจึงขอนำเสนอประวัติหลวงปู่ทวดมาให้ท่านผู้อ่านได้รู้จักกันมากขึ้น  ดังนี้ครับ

                ตามที่เล่ากันต่อๆมา หลวงพ่อทวดเป็นพระภิกษุสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนต้นสมณศักดิ์ที่ได้รับพระราชทานจากสมเด็จพระมหาธรรมราชาเป็นที่ “พระราชมุณีสามีรามคุณูปมาจารย์”

                ท่านเกิดเมื่อวันศุกร์ เดือนสี่ ปีมะโรง (พ.ศ.2125) ที่บ้านสวนจันทร์ ต.ชุมพล เมืองจะทิ้งพระ

 (อ.สทิงพระ จ.สงขลา ในปัจจุบัน) ในครอบครัวที่ยากจน มีอภินิหารหลายอย่างเกิดขึ้นแก่ท่าน เมื่อยังเป็นทารกมารดาบิดาได้ตั้งชื่ว่า “ปู่” หรือต่อมาเรียกว่า “เจ้าปู่” บรรพชาเป็นสามเณรแต่อายุ 15 ปี กับสมภาร จวง วัดดีหลวง ย้ายไปเรียนเพิ่มเติมอีกหลายแห่งจนแตกฉาน อุปสมบทที่วัดสีมาเมือง เมืองนครศรีธรรมราช ฉายาว่า

“สามีราโม” ศึกษาต่ออยู่ 3 ปี จึงกลับไปวัดเดิมที่เมืองจะทิ้งพระ

                ท่านต้องการไปศึกษาต่อยังกรุงศรีอยุธยา จึงไปขอโดยสารเรือสำเภาของ นายอิน ณ ท่าเรือ

เมืองจะทิ้งพระ ระหว่างเดินทางอยู่ในทะเลหลายวัน เกิดดินฟ้าอากาศวิปริต ลูกเรือขาดน้ำดื่ม จึงเกิดอภินิหารขึ้น ทำให้ท่านได้รับฉายาว่า “ หลวงพ่อทวดเหยียบน้ำทะเลจืด” แต่บัดนั้น

                เมื่อถึงกรุงศรีอยุธยา พระภิกษุปู่ หรือสามีราโมภิกขุ จำพรรษาอยู่นอกเมืองที่วัดราชานุวาส (บางแห่งว่าวัดแค) ศึกษาเล่าเรียนอยู่ถึง 9 ปี (พ.ศ.2148 – 2157) จนมีความรู้แตกฉานทั้งด้านปริยัติและปฏิบัติ

                ขณะนั้นพุทธศาสนาในประเทศลังการุ่งเรื่องมาก พระเจ้าวัฎฎคามินีแห่งเมืองลังกาเห็นว่า พระภิกษุ

ในกรุงศรีอยุธยามีความรู้ทางบาลีน้อยกว่า ต้องการแสดงแสนยานุภาพทางพุทธศาสนาว่าเหนือกว่า จึงวางอุบายท้าพนันเรียบเรียงและแปลพระอภิธรรมทั้ง 7 คัมภีร์

                เจ้าเมืองลังกาได้เรียกพราหมณ์ 7 คนที่ไว้วางใจมาบอกอุบาย โดยนำทองคำมาหล่อด้วยบาลีเท่า

ใบมะขามจำนวน 84,000 ตัว ซึ่งถ้านำมาเรียงกันถูกต้องแล้วจะได้ตามจำนวนพระธรรมขันธ์ ให้พราหมณ์ทั้ง 7 บรรทุกเรือสำเภา 7 ลำ พร้อมด้วยของมีค่าเดินทางมายังกรุงศรีอยุธยา ท้าพนันให้ทางกรุงศรีอยุธยาหาผู้มาเรียบเรียงและแปลพระอภิธรรมให้ถูกต้องภายใน 7 วัน

                สมเด็จพระมหาธรรมราชาให้ทางขุนศรีธนญชัย สังฆการี ป่าวประกาศหาภิกษุผู้เชี่ยวชาญภาษาบาลีมาสู้ ปรากฏว่าล่วงถึงวันที่ 6 ยังไม่มีภิกษุรูปใดรับอาสา สมเด็จพระมหาธรรมราชาทรงพระปริวิตกเป็นอันมาก จนรุ่งเช้าจึงมีพระภิกษุหนุ่มรูปหนึ่งเข้าเฝ้า ทูลว่ามาจากเมืองตะลุง ขอรับอาสาเข้าแข่งขันแปลพระคัมภีร์ต่อหน้าพระพักตร์ พระภิกษุหนุ่มรูปนั้นคือพระภิกษุ “ปู่”

                เมื่อพระภิกษุปู่เรียงตัวอักษรบาลีทองคำหมดแล้ว ปรากฏว่ายังมีอักษรขาดไป 7 ตัว คือ สํ วิ ธา ปุ กะ ยะ ปะ ภิกษุปู่รู้ด้วยญานว่าพราหมณ์ทั้ง 7 คน เอาซ่อนไว้ในมวยผมคนละหนึ่งตัว จึงเอ่ยปากทวงถามขอให้เอาตัวอักษรบาลี 7 ตัวนี้ออกมาจากมวยผมท่านเสียเถิด เล่นเอาพราหมณ์ทั้งเจ็ดตกในยอมเอาตัวบาลีทองคำออกมาจากมวยผมและยอมแพ้ทันที ทันใดนั้นมโหรีก็ประโคมดังสนั่นเป็นการฉลองชัยชนะอย่างเด็ดขาด

                สมเด็จพระมหาธรรมราชาทางพอพระทัยมาก แต่จะปูนบำเหน็จอย่างใดภิกษุปู่ก็ไม่ยอมรับ จึงทรงพระราชทานสมณศักดิ์ให้เป็นที่ “พระราชมุนีสามีรามคุณูปมาจารย์” แต่บัดนั้น

                ท่านยังคงจำพรรษาอยู่ในกรุงศรีอยุธยาอีกนาน จนล่วงเข้าวัยชราจึงกลับภูมิลำเนาโดยเดินทางทางบกโดยตลอด จนถึงวัดพัทธสิงห์บรรพตพะโคะ ประชาชาชนจึงถวายฉายาว่า “ สมเด็จเจ้าวัดพะโคะ” อีกฉายาหนึ่ง สถานที่ที่ท่านเดินทางผ่านกลายเป็นที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ประชาชนพากันไปกราบไหว้บูชา และมีเรื่องเล่าขานถึงอภินิหารของท่านมาจนบัดนี้

                ระหว่างจำพรรษาอยู่ที่วัดพะโคะ ท่านได้กลับไปเฝ้าสมเด็จพระมหาธรรมราชาที่กรุงศรีอยุธยาอีก โปรดให้พระเอกาทศรถ พระราชโอรสจัดศิลาแลง 7 ลำสำเภา พร้อมด้วยช่างหลวงและเงินจากท้องพระคลังไปช่วยปฏิสังขรณ์บูรณะวัดพะโคะเป็นการใหญ่ และพระราชทานที่นาขยายอาณาเขตของวัดให้อีกกว้างขวางมาก

เล่ากันว่าเมื่อถึงวัยชรา ท่านได้แสดงปาฏิหาริย์หายไปพร้อมกับสามเณรน้อยองค์หนึ่งซึ่งนำดอกไม้ทิพย์ออกติดตามหาพระศรีอาริย์จนได้พบท่าน และในคืนวันเพ็ญนั้นเอง ชาวบ้านได้เห็นดวงไฟกลมโตบนท้องฟ้าเปล่งฉัพพรรณรังสีงดงามมาก กระทำทักษิณาวัฎอยู่ 3 รอบ แล้วหายไปทางทิศอาคเนย์ ชาวบ้านจึงแน่ใจว่าท่านได้ไปสู่พระนิพพานแล้ว (ปัจจุบัน เชื่อกันว่า แท้จริงท่านเป็นโพธิสัตว์ และรอตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าองค์ต่อไป มีนามว่า พระศรีอาริยเมตตรัย – ลุงพุฒ) เหตุการณ์นั้นล่วงเลยมาหลายร้อยปีแล้ว

                เมื่อพระอาจารย์ ทิม ธมฺมธโร ซึ่งเดิมอยู่วัดนาประดู่ อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี ถูกส่งไปจำพรรษาที่วัดช้างไห้ (วัดราษฎร์บูรณะ) อำเภอโคกโพธิ์ เพราะขาดเจ้าอาวาสบำรุงวัด เนื่องจากวัดช้างไห้ตั้งอยู่ริมทางรถไฟที่จะไปยังด จ.ยะลา จ.นราธิวาส และประเทศมาเลเซีย พระอาจารย์ทิมจึงต้องรับภาระหนักกับผู้เดินทางผ่านในระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 เมื่อสงครามสงบ ท่านจึงเริ่มปฏิสังขรณ์วัดเป็นการใหญ่ และสร้างพระเครื่องหลวงพ่อทวดขึ้นเป็นครั้งแรก เมื่อ 18 เมษายน พ.ศ.2497

                เนื่องจากไม่มีใครเคยเห็นรูปลักษณ์ของหลวงพ่อทวด ท่านจึงสร้างรูปของหลวงพ่อทวดขึ้นจากคำบอกเล่าที่ปรากฏในนิมิตของผู้ที่อธิษฐานจิต มีหลวงพ่อสนอง (พระครูธรรมกิจโกศล) เจ้าอาวาสวัดทรายขาว ช่วยเสาะหาว่านต่างๆมาให้ เพื่อผสมกับดินกากยายักษ์ (ดินดำ) สร้างพระเนื้อผงขึ้น มีทั้งพิมพ์ใหญ่ พิมพ์กลาง และพิมพ์เล็ก แต่ละพิมพ์ยังมีหลายแบบหรือหลายบล็อก ส่วนใหญ่ใช้ไม้เสียบที่ก้นองค์พระเพื่อดึงออกจากแม่พิมพ์ได้สะดวก

ภาพพระเครื่องที่สร้างช่วง ปี พ.ศ.2497

 

                พ.ศ. 2500 ได้สร้างเหรียญรุ่นแรกขึ้น เป็นเนื้อทองแดง ต่อจากนั้นในปี 2502 ได้สร้างเรียญรุ่นสอง กับรุ่นสาม ในปี พ.ศ.2504

 

ภาพพระเครื่องที่สร้างช่วงปี พ.ศ.2500 - 2504

                พ.ศ. 2505 ได้สร้างชนิดโลหะ (หลังเตารีด) ขึ้นเป็นครั้งแรก โดยพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเฉลิมพลฑิฆัมพร เป็นผู้อุปถัมภ์ มีทั้งพิมพ์ใหญ่ พิมพ์กลาง และพิมพ์เล็ก และชนิดเนื้อเมฆพัด โดยนายช่างสวัสดิ์ เดชพ่วง (โรงหล่อวัดคอกหมู) อีกหลายรุ่น ในปีนี้ได้มีการสร้างรูปหล่อแบบลอยองค์ด้วย

ภาพพระเครื่องที่สร้างช่วงปี พ.ศ.2505

                พ.ศ. 2508 สร้างพระกริ่งฐานบัวรอบ และเหรียญรุ่นเลื่อนสมณศักดิ์ พระอาจารย์ทิม (เป็นพระครูวิสัยโสภณ) ปี 2509 สร้างเหรียญรูปเสมาหลังเจดีย์ กับเหรียญหลวงพ่อทวดยอดมน (เหมือนครอบแก้ว) ปี พ.ศ.2511 สร้างพระกริ่งรูปเหมือนหลวงพ่อทวดขนาดเล็ก

ภาพพระเครื่องที่สร้างช่วงปี พ.ศ.2508

                พระอาจารย์ทิม หรือพระครูวิสัยโสภณ มีความสนิทสนมผูกพันกับวัดเอี่ยมวรนุชมาก เมื่อเข้ามากรุงเทพฯจะมาจำดวัดที่วัดเอี่ยมวรนุชเสมอ ท่านได้นำพระหลวงพ่อทวดรุ่นต่างๆของวัดช้างไห้มามอบให้วัดเอี่ยมวรนุชเพื่อให้เช่าบูชาสมทบทุนสร้างพระวิหารด้วย วาระสุดท้ายเมื่อท่านอาพาธในปี พ.ศ. 2512 ก่อนจะเข้ารักษาโรคมะเร็งที่โรงพยาบาลศิริราช และมรณภาพเมื่อ 20 พฤศจิกายน 2512 ท่านก็ได้ทำพินัยกรรมไว้ที่วัดเอี่ยมวรนุช

                ข้อความในพินัยกรรมตอนหนึ่งระบุว่า “ ให้แบ่งพระหลวงปู่ทวดเนื้อว่านที่ท่านปลุกเสกเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ.2505 ถวายแด่พระครูถาวรวรคุณ เจ้าอาวาสวัดเอี่ยมวรนุช จำนวน 200 องค์”

                หลังจากนั้น วัดช้างไห้ก็ยังสร้างพระหลวงพ่อทวดอีกหลายครั้ง เมื่อ พ.ศ. 2529, 2535, 2536, 2537, และรุ่นย้อนยุค พ.ศ.2542 ไม่นับกที่สร้างวัดอื่น เช่น วัดทรายขาว พ.ศ.2537 และ พ.ศ.2542 วัดมหาธาตุ พระนครศรีธรรมราช พ.ศ.2538 วัดเอี่ยมวรนุช พ.ศ. 2541 กับ พ.ศ.2542 กับที่สร้างโดยวัดอื่นๆ คือ วัดพะโคะ (เมืองจะทิ้งพระ) วัดดีหลวง (สงขลา) วัดโตนดหลวง (เพชรบุรี) วัดเมือง (ยะลา)

รวมทั้งรุ่นที่กำลังมีความนิยมมากขึ้นของวัดประสาทบุญญาวาส (วัดขวิด สามเสน) พ.ศ. 2505 และ พ.ศ.2506

                จากประวัติหลวงปู่ทวด  และประวัติการสร้างพระเครื่องในนามวัดช้างให้และวัดอื่น  คงจะพอทำให้ท่านผู้อ่านได้ทราบถึงประวัติอย่างคร่าวๆ  แต่ทั้งนี้หากท่านผู้อ่านที่คิดจะแขวนบูชาพระเครื่องแล้ว  ผู้เขียนแนะนำให้หาหลวงปู่ทวดพกบูชาติดตัวไว้สักองค์นะครับ  ก่อนออกจากบ้านระลึกถึงท่าน  แล้วท่านจะปลอดภัยจากการเดินท่านและเจริญรุ่งเรื่องในหน้าที่การงานครับ

                สุดท้ายนี้หากท่านใดได้แวะไปปัตตานี  ผู้เขียนขอเชิญท่านผู้อ่านทุกท่านแวะเข้าไปกราบหลวงปู่ทวดแห่งวัดช้างให้  แล้วขอพรท่านครับ  แล้วจะรู้ว่าหลวงปู่ทวด  ท่านศักดิ์สิทธ์ จริงๆครับ

(ขอขอบคุณเจ้าของรูปภาพที่เกี่ยวข้องกับบทความด้วยนะครับ)

                                                                                                                                      สวัสดี

                                                                                                                               ช.น.สามบัณฑิต

ข่าวล่าสุด


- วันที่[2026-03-08 ] ลูกศิษย์ลูกหาทั่วประเทศ - แห่ร่วมงานไหว้ครูบูรพาจารย์ ปี 69 ปู่ฤาษีนารอท ผู้ประกอบการพัทยา ร่วมออกโรงทานเลี้ยงอาหารฟรี....


- วันที่[2026-02-28 ] ปธ.กต.ตร. สภ.เมืองพัทยา - สร้างพระประฎิมากรแก้วแสง พระประธานเชียงแสนปางมารวิชัยและปางเปิดโลกถวายวัดอู่เรืออุดมพร....


- วันที่[2025-11-22 ] กาญจนบุรี - เปิดตัวสมาคมพระเครื่องฯ จัดใหญ่ตลาดแผงจรยุทธ์–นิทรรศการ–ประมูลพระ ระดมเซียนพระทั่วประเทศร่วมงาน....


- วันที่[2025-11-16 ] สาธุชนแห่ร่วมพิธีหล่อรูปเหมือนพระราชวัชรปัทมคุณ (หลวงปู่บัวเกตุ ปทุมสิโร) ขนาดสูง 2.65 เมตร....


- วันที่[2025-07-11 ] เจ้าคณะจังหวัดพระนครศรีอยุธยา - ปธ.จุดเทียนชัยพุทธาภิเษกวัตถุมงคลเหรียญ “หลวงพ่อรวย ปาสาทิโก” รุ่นชนะจน 68....


- วันที่[2025-04-12 ] สระแก้ว – ส่องเลขเด็ด!! พิธีไหว้ครู สำนักพรหมมหาญาณ....


- วันที่[2025-03-06 ] อาจารย์เมย์ - ซินแสฮวงจุ้ยดังจัดทริปบุญไหว้พระเสริมดวงแบบ Exclusive....


- วันที่[2025-01-29 ] จันทบุรี - เขาคิชฌกูฏ ปิดป่า-เปิดเขา บวงสรวง รอยพระพุทธบาทพลวง ประจำปี 2568....


- วันที่[2025-01-25 ] จันทบุรี - เตรียมจัดพิธีบูชาดาวนพเคราะห์ 10 - 16 ก.พ.2568 เป็นปีที่ 191....


- วันที่[2025-01-05 ] เจ้าอาวาสวัดเขาบางทรายมรณภาพ ชาวชลบุรีร่วมไว้อาลัยในโซเซียลกันอย่างมากมาย....


ดูข่าวทั้งหมด