ประเพณีสงกรานต์มอญสังขละบุรี ปี 2558

แชร์ผ่าน facebook

ภาพจาก tiewpakklang.com
 

            ขอเชิญร่วมงาน "ประเพณีสงกรานต์มอญสังขละบุรี" ประเพณีดั้งเดิมของชาวมอญในจังหวัดกาญจนบุรี ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 13 ถึง 18 เมษายน 2558 ณ วัดวังก์วิเวการาม (วัดหลวงพ่ออุตตมะ) และที่บริเวณเจดีย์พุทธคยา อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี

            สำหรับ "งานประเพณีสงกรานต์มอญสังขละบุรี" ถือเป็นประเพณีเก่าแก่ของชาวมอญที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ไม่เหมือนที่อื่น ๆ อาทิ พิธีสรงน้ำพระผ่านรางกระบอกไม้ไผ่ ซึ่งชาวบ้านจะช่วยกันตัดไม้ไผ่ในป่ามาทำเป็นรางน้ำยาวหลายสิบเมตรเพื่อสรงน้ำพระ และช่วงเทศกาลสงกรานต์พระสงฆ์จะเดินแถวออกมาจากองค์เจดีย์โดยเดินเหยียบไปบนหลังชาวบ้านผู้ชายที่นอนราบกับพื้น โดยมีความเชื่อว่าการอุทิศตนให้พระสงฆ์เหยียบหลังจะเป็นการเสริมสิริมงคลแก่ตัวเอง พร้อมทั้งมีพิธีแห่กองผ้าป่า ยกฉัตรเจดีย์ทราย และทำบุญกรวดน้ำสงกรานต์อีกด้วย   
 

ภาพจาก tiewpakklang.com
 

            ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ของทุกปี ที่วัดวังก์วิเวการามหรือวัดหลวงพ่ออุตตมะจะกลายเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวไทยเชื้อสายมอญในอำเภอสังขละบุรี และถือเป็นงานทำบุญใหญ่ที่ต้องจัดขึ้นเป็นประจำทุก ๆ ปี รวมระยะเวลาการจัดงานทั้งหมด 5 วัน และในแต่ละวันจะมีชื่อเรียกที่แตกต่าง ได้แก่ วันสงกรานต์ลง, วันคาบปี, วันสงกรานต์ขึ้น, วันสรงน้ำพระ และวันยกฉัตรเจดีย์ (หรือวันกรวดน้ำ) โดยใน 3 วันแรก ชาวมอญผู้สูงอายุจะไปถือศีลนอนอยู่ที่วัด เพื่อทำจิตใจให้ผ่องใสต้อนรับปีใหม่ที่กำลังมาถึง และลูกหลานจะเป็นผู้นำอาหารมาส่งให้ที่วัด ตั้งแต่ช่วงเช้ามืดของทุกวัน

            ซึ่งในเช้าช่วงเทศกาลสงกรานต์ เราจะได้เห็นพุทธศาสนิกชนทั้งหญิง-ชาย แต่งกายด้วยชุดชาวมอญอย่างสวยงาม เดินทางไปทำบุญที่วัด โดยผู้หญิงชาวมอญจะเดินทูนถาดอาหารคาว-หวานวางไว้บนศีรษะ เพื่อนำไปถวายพระ ช่วงประมาณ 4-5 โมงเย็น ชาวบ้านหนุ่มสาว และเด็ก ๆ จะบรรทุกน้ำจากบ้านใส่มาในรถ เพื่อพากันไปอาบน้ำให้พ่อแม่ หรือปู่ย่าตายายที่ไปถือศีลอยู่ที่วัด เป็นการแสดงความกตัญญู จากนั้นชาวมอญจะพากันขนทรายเข้าวัดไปร่วมกันก่อเจดีย์ทรายที่บริเวณต้นศรีมหาโพธิ์ใกล้กับเจดีย์พุทธคยา โดยการก่อเจดีย์ทรายของที่นี่จะมีลักษณะเฉพาะตรงที่เป็นเจดีย์องค์ใหญ่องค์เดียว ที่ก่อขึ้นไปเป็นชั้น ๆ มีการจุดธูปเทียนบูชาและปักธงสีประดับ ในช่วงเวลากลางวันชาวมอญในหมู่บ้านจะมีการเล่นสะบ้าและการฟ้อนรำรื่นเริงกันอีกด้วย 
 

ภาพจาก tiewpakklang.com
 

            เมื่อถึงช่วงวันที่ 4 ของเทศกาลสงกรานต์ (ปี 2558 ตรงกับวันที่ 17 เมษายน) ซึ่งเป็นวันรองสุดท้ายของเทศกาลสงกรานต์ ชาวบ้านจะออกไปร่วมกันสรงน้ำพระ โดยเริ่มจากการสรงน้ำพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ประจำวัดก่อน จากนั้นจึงเป็นการสรงน้ำพระภิกษุ และสามเณรทั้งวัด ซึ่งพิธีสรงน้ำพระนี้ชาวบ้านจะถือว่าพระสงฆ์ เป็นผู้บริสุทธิ์ ที่ไม่สมควรจะเหยียบย่ำหรือสัมผัสกับพื้นดิน ชาวมอญผู้ชายทั้งผู้ใหญ่ และเด็กวัยรุ่นที่มีจิตศรัทธาจึงพร้อมใจกันมานอนเบียดเรียงต่อกันเป็นแถวยาว เพื่อให้พระสงฆ์เดินเหยียบไปบนหลัง โดยชาวบ้านเชื่อกันว่าจะเป็นการช่วยขจัดปัดเป่าโรคร้าย หรือสิ่งที่ไม่ดีไม่งามออกไปจากชีวิตของตน  

            สำหรับการสรงน้ำพระสงฆ์ก็จะเป็นการสรงแบบอาบทั่วทั้งตัว โดยในวันนี้ลูกเล็กเด็กแดงหนุ่มสาวเฒ่าแก่ จะพากันเตรียมน้ำอบน้ำปรุงที่ลอยด้วยดอกไม้มาจากบ้าน แล้วนำมาเทลงไปในรางไม้ ที่สร้างขึ้นมาเพื่อการนี้โดยเฉพาะ รางไม้นี้ทำมาจากไม้ไผ่ผ่าครึ่งตามยาว แล้วนำมามัดรวมผูกต่อ ๆ กัน เพื่อให้เกิดเป็นทางน้ำ วางเรียงรายเป็นรูปลักษณะคล้ายพัด ในแต่ละรางจะมีสาขาแตกแผ่ออกไป เพื่อให้การสรงน้ำนี้เป็นไปได้อย่างทั่วถึง น้ำจากรางไม้ทั้งหมดนี้จะไหลไปรวมที่จุดเดียวกัน โดยมีฉากไม้ไผ่ที่ประดับตกแต่งด้วยดอกไม้เป็นฉากกั้น เพื่อให้พระสงฆ์ที่เดินมาบนหลังคน ได้ไปนั่งสรงน้ำที่บริเวณหลังฉากกั้นนั้น หลังจากสรงน้ำพระเสร็จชาวบ้านผู้ชายจะช่วยกันอุ้มพระไปส่งที่บันไดวัด เพื่อไม่ให้พระสงฆ์ต้องสัมผัสกับพื้นดิน เมื่อสรงน้ำพระทุกรูปเสร็จเรียบร้อยแล้ว ชาวมอญจึงนำน้ำที่เหลือจากการสรงน้ำพระ มาเล่นสาดน้ำกันอย่างสนุกสนานโดยไม่ถือสาหาความกัน
 

ภาพจาก tiewpakklang.com
 

            หลังวันสรงน้ำพระซึ่งเป็นวันสุดท้ายของเทศกาลสงกรานต์  (ปีนี้ตรงกับวันที่ 18 เมษายน) ชาวมอญจากซุ้มต่าง ๆ ในหมู่บ้าน จะพร้อมใจกันจัดกองผ้าป่าที่ตกแต่งเป็นรูปหงส์ (สัญลักษณ์ของชาวมอญ) สีเงิน-สีทองอย่างสวยงาม พร้อมด้วยเครื่องสังฆทาน สำรับอาหารคาว-หวาน และจตุปัจจัยไทยธรรม มารวมพร้อมกันที่หน้าตลาดวัดวังก์กลางหมู่บ้าน จากนั้นจะร่วมกันแห่กองผ้าป่า นำขบวนด้วยการฟ้อนรำตามแบบชาวมอญที่สนุกสนาน เดินเท้าเป็นแถวยาวไปยังศาลาการเปรียญของวัดวังก์วิเวการาม หลังจากที่นำกองผ้าป่าไปไว้ยังศาลาวัดเรียบร้อยแล้ว ชาวมอญทั้งหมดพร้อมด้วยพระสงฆ์ทั้งวัด จะมาตั้งแถวร่วมกันหามเสลี่ยงอัญเชิญยอดฉัตร 9 ชั้น จากวัดวังก์วิเวการามไปยังเจดีย์ทรายที่ชาวบ้านได้ร่วมกันก่อไว้ที่บริเวณหน้าเจดีย์พุทธคยา โดยจะใช้เชือกความยาวประมาณ 300 เมตร ผูกเชื่อมต่อจากตัวฉัตรมายังด้านหน้าของขบวน เพื่อให้ชาวบ้านได้ร่วมในพิธีอัญเชิญยอดฉัตรนี้ได้ครบทุกคน  

          เมื่อขบวนเคลื่อนมาถึงเจดีย์ทรายจะอัญเชิญยอดฉัตรเดินวนขวา 3 รอบ จากนั้นประธานในพิธีพร้อมด้วยเจ้าอาวาสวัดวังก์วิเวการาม ร่วมกันอัญเชิญฉัตรขึ้นไปประดิษฐานที่ยอดบนสุดของเจดีย์ทราย พระสงฆ์สวดเจริญพระพุทธมนต์ จบแล้วชวบ้านร่วมกันโปรยทาน เสร็จจากพิธียกฉัตรเจดีย์ทรายชาวมอญจะกลับมาที่ศาลาวัดอีกครั้ง เพื่อร่วมกันทำบุญกรวดน้ำอุทิศบุญกุศลไปให้ผู้อื่น เป็นอันจบสิ้นประเพณีสงกรานต์ของชาวมอญสังขละบุรีอย่างแท้จริง นับเป็นประเพณีที่เปี่ยมไปด้วยพลังแห่งศรัทธา แฝงไว้ด้วยความสมัครสมานสามัคคี และยังคงรักษาเอกลักษณ์ดั้งเดิมของชนชาติมอญไว้ได้อย่างน่าตื่นตา นักท่องเที่ยวจึงควรหาโอกาสมาเที่ยวชมและสัมผัสประเพณีนี้ด้วยตนเองสักครั้ง
 


ภาพจาก tiewpakklang.com


            กิจกรรมภายในงาน

            -  การเข้าวัดถือศีล, อาบน้ำพ่อแม่ผู้สูงอายุยามเย็นที่วัด และการขนทรายไปร่วมก่อเจดีย์ของชาวมอญ

            -   พิธีสรงน้ำพระผ่านรางกระบอกไม้ไผ่ ชมขบวนพระสงฆ์เดินเหยียบไปบนหลังคน (มีเฉพาะวันที่ 17 เมษายน 2558 เวลาประมาณ 14.30 น. เป็นต้นไป)

            -  พิธีแห่กองผ้าป่า ยกฉัตรเจดีย์ทราย และทำบุญกรวดน้ำสงกรานต์ (เช้าวันที่ 18 เมษายน 2558)


            ทั้งนี้สำหรับผู้สนใจเข้าร่วมงานสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ เลขาสภาวัฒนธรรมตำบลหนองลู โทรศัพท์ 08 9092 5140, 08 9514 2398, เทศบาลตำบลวังกะ โทรศัพท์ 0 3459 5093, ททท. สำนักงานกาญจนบุรี  โทรศัพท์ 0 3451 1200, 0 3451 2500

 


ขอขอบคุณข้อมูลจาก

ภาพประกอบข่าวโดย คุณศุภสวัสดิ์ เพียรธัญกรณ์, คุณสมบัติ พรหมจารีย์